หนุ่มใหญ่ตั้งวงดื่มกินทั้งเสพสุรา กัญชาและยาบ้า ตั้งวงที่บ้านผู้ตายยังเมาไม่พอ กลับไปเสพต่อที่บ้านมือมีด เมาได้ที่เกิดพูดจาไม่เข้ารูหู ใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าซี่โครง 1 ทีแล้วหนีเข้านอน เช้ามาปลุกเพื่อนให้ตื่น จึงรู้ว่าเพื่อนไม่มีลมหายใจเสียแล้วเรียกเพื่อนบ้านมาดู
เมื่อเวลา 07.30 น วันที่ 26 ก.ค ร.ต.อ.เทียนชัย ยุรปัทมการ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมีเหตุแทงกันเสียชีวิตที หมู่ที่ 18 บ้านพัฒนาภิบาล ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธำรงชัย ไล้ทองดีผกก.ทราบ จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.กรชน์ แสงกนึก รอง ผกก.สส.พ.ต.ต.พนมไพร หลักแหลม สว.สส.ตำรวจชุดสายตรวจ และตำรวจพิสูจน์หลักฐานบึงกาฬ พร้อมประสาน นพ.ธนวัฒน์ กันธาพรม แพทย์ รพ.เซกา กู้ภัยสัจธรรมเซกา และกู้ภัยเทพารักษ์เซกา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวห่างจากชายคาหน้าบ้านประมาณ 1 เมตร พบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าสภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีเทาไม่ใส่เสื้อ ตามร่างกายพบบาดแผลที่ชายโครงด้านซ้าย ถูกของมีคมแทงกว้าง 3 ซ.ม.ลึกประมาณ 10 ซ.ม.มีรอยเลือดที่แห้งแล้วตกอยู่หน้าบ้าน และจุดพบศพมีมดแดงไต่ตามร่างกาย คาดว่าถูกแทงที่หน้าบ้านแล้วคลานออกมาเสียชีวิตอยู่ข้างบ้าน ตายมาแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง ทราบชื่อต่อมา นายสุริยา หรือโลน อายุ 43 ปี บ้านเซกาเหนือ หมู่ที่ 14 ตำบลเซกา อำเภอเซกา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ไปควบคุมตัวชายต้องสงสัยคือเจ้าของบ้านเกิดเหตุ ทราบชื่อนายประหยัด 51 ปี พร้อมมีดปลายแหลมเปื้อนเลือดยาวประมาณ 1 ฟุต 1 เล่ม ส่วนมีดปลายแหลมอีกเล่มยาวประมาณ 1ฟุตครึ่ง อยู่ในย่ามถุงปุ๋ยที่ผู้ต้องหาสะพายติดตัวตลอด
สอบสวนนายประหยัด เบื้องต้นยอมรับสารภาพว่าได้ทำร้ายผู้ตายจริงเนื่องจากทะเลาะกันในวงเหล้า ซึ่งขณะนั้นเวลาประมาณตีสอง ก่อนเกิดเหตุได้ไปนั่งดื่มกินที่บ้านผู้ตาย แต่ยังเมาไม่พอจึงมากินต่อที่บ้านตัวเอง ขณะเมาได้ที่จึงเกิดการทะเลาะกัน โดยผู้ตายพูดจาไม่เข้ารูหู ตนโมโหจึงได้คว้ามีดปลายแหลมที่วางอยู่ข้างๆ แทงเข้าซี่โครงด้านซ้ายของผู้ตาย จากนั้นก็เข้าไปนอนในบ้านหลับจนถึง 6 โมงเช้า แล้วเดินเข้าไปปลุกผู้ตายนึกว่าเมานอนหลับ จึงทราบว่าไม่มีลมหายใจแล้ว จึงเดินไปบอกเพื่อนบ้านว่ามีการแทงกันตายที่หน้าบ้านของตน และไปบอกเพื่อนอีกคนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน และถูกตำรวจตามมาจับกุมดังกล่าว
ทางด้าน นางเพชรา บุญรัตน์ อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 18 บ้านพัฒนาภิบาล ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ก่อเหตุชอบดื่มเหล้า และเสพกัญชาทั้งยาบ้า แบบว่าเสพยาเสพติดทุกชนิด แต่ปกติก็ไม่ใช่คนขี้โมโหร้ายแบบนี้ น่าจะมีอะไรที่ขัดผลประโยชน์กันหรือเปล่าถึงได้ตัดสินใจก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนศพของผู้ตายแพทย์ชันสูตรแล้ว พนักงานสอบสวนจึงมอบให้ญาติไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป.